您现在的位置是:生来死去网 > 探索
ตลท.เล็งปลดล็อกหุ้นน้ำเมา หวังกระตุ้นตลาดหุ้นไทยที่ซบเซา
生来死去网2026-01-09 01:37:26【探索】2人已围观
简介เว็บไซต์บลูมเบิร์ก รายงานอ้างการเปิดเผยของนายกิตติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่
ตลทเล็งปลดล็อกหุ้นน้ำเมาหวังกระตุ้นตลาดหุ้นไทยที่ซบเซา
เว็บไซต์บลูมเบิร์ก รายงานอ้างการเปิดเผยของนายกิตติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ตลาดหุ้นไทยอาจจะเปิดทางให้บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาจดทะเบียนได้ ซึ่งเป็นข้อห้าที่มีมายาวนานในประเทศ ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ เพื่อเร่งฟื้นฟูยอดขายหุ้นในตลาดทุนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตอย่างหนัก
โดยนายกิตติพงศ์ ให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์กว่า “เราจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะสูญเสียบริษัทเหล่านี้ไปให้กับตลาดหุ้นต่างประเทศ” พร้อมระบุว่า การอนุญาตให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าจดทะเบียนจะช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับตลาดทุนภายในประเทศ
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมถึงธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ และบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือกลุ่มที่มีโอกาสสูงที่จะเข้าจดทะเบียน
รายงานระบุว่า ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่หลายราย แต่กลับไม่มีบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จดทะเบียนในตลาดหุ้นเลย นับตั้งแต่ เมื่อปี 2548 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เคยพยายามเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก หรือ IPO แต่หลังจากการประท้วงของนักเคลื่อนไหวและบรรดาพระสงฆ์ ทำให้บริษัทผู้ผลิตสุรารายใหญ่ที่สุดของประเทศ ต้องไปจดทะเบียนที่ตลาดหุ้นสิงคโปร์แทน
เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การลาออกของประธานตลาดหลักทรัพย์ของไทยในขณะนั้น เนื่องจากสูญเสียโอกาสในการมี IPO ที่จะเป็นรายการใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
ทั้งนี้ ฝ่ายที่คัดค้านการนำไทยเบฟเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย ให้เหตุผลว่า จะเป็นการละเมิดต่อหลักคำสอนของศาสนาพุทธ และศาสนาอื่นๆ ในประเทศ ที่มีประชากรกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาพุทธ
อย่างไรก็ตาม นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า สภาพแวดล้อมทางสังคมน่าจะเปลี่ยนไปแล้ว พร้อมปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงของการกลับมาประท้วงอีกครั้ง
โดยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางการไทยได้เริ่มอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 ภายใต้โครงการนำร่อง ที่อาจจะขยายระยะเวลาออกไปเกินกลางปี 2569 ซึ่งเป็นการยกเลิกกฎที่มีมาตั้งแต่ปี 2515
บลูมเบิร์ก รายงานด้วยว่า ตลาดหลักทรัพย์ของไทยกำลังเผชิญกับปัญหาบริษัทในประเทศจำนวนมาก เลือกที่จะไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นภูมิภาคอื่น เพื่อแสวงหามูลค่าประเมินที่สูงกว่า และความต้องการลงทุนที่แข็งแกร่งกว่า ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี บิทคับ ที่กำลังพิจารณานำหุ้นเข้าจดทะเบียนที่ฮ่องกง แทนแผนเดิมที่จะจดในประเทศไทย ขณะที่ IFBH Ltd. ผู้ผลิตน้ำมะพร้าวของไทย ก็เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
โดยสถานะของดัชนีหุ้นไทย ซึ่งเป็นตลาดที่ทำผลงานแย่ที่สุดในเอเชีย ในปี 2025 ประกอบกับความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้งที่วางแผนไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ ยิ่งบั่นทอนความสนใจของนักลงทุน โดยคาดว่า ตลาด IPO ที่ซบเซาจะยังไม่ฟื้นตัวในปี 2026 หลังจากปิดฉากปีที่เลวร้ายที่สุดด้านการระดมทุนจากหุ้นใหม่ นับตั้งแต่ปี 2553
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติแสดงความไม่พอใจต่อการขาดแคลนบริษัทที่ดี และน่าสนใจของตลาดหุ้นของไทย
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ของไทย อาจจะอนุญาตให้มีการจดทะเบียนหุ้นแบบโครงสร้างหุ้น 2 ระดับ ( Dual-class share structures ) เพื่อดึงดูดบริษัทครอบครัวให้เข้าตลาด โดยโครงสร้างดังกล่าวจะเปิดทางให้ผู้ก่อตั้งมีอำนาจลงคะแนนเสียงมากกว่า ลดความกังวลเรื่องการสูญเสียอำนาจควบคุมหลังเข้าจดทะเบียน
เว็บไซต์บลูมเบิร์ก รายงานอ้างการเปิดเผยของนายกิตติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ตลาดหุ้นไทยอาจจะเปิดทางให้บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาจดทะเบียนได้ ซึ่งเป็นข้อห้าที่มีมายาวนานในประเทศ ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ เพื่อเร่งฟื้นฟูยอดขายหุ้นในตลาดทุนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตอย่างหนัก
โดยนายกิตติพงศ์ ให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์กว่า “เราจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะสูญเสียบริษัทเหล่านี้ไปให้กับตลาดหุ้นต่างประเทศ” พร้อมระบุว่า การอนุญาตให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าจดทะเบียนจะช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับตลาดทุนภายในประเทศ
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมถึงธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ และบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือกลุ่มที่มีโอกาสสูงที่จะเข้าจดทะเบียน
รายงานระบุว่า ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่หลายราย แต่กลับไม่มีบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จดทะเบียนในตลาดหุ้นเลย นับตั้งแต่ เมื่อปี 2548 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เคยพยายามเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก หรือ IPO แต่หลังจากการประท้วงของนักเคลื่อนไหวและบรรดาพระสงฆ์ ทำให้บริษัทผู้ผลิตสุรารายใหญ่ที่สุดของประเทศ ต้องไปจดทะเบียนที่ตลาดหุ้นสิงคโปร์แทน
เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การลาออกของประธานตลาดหลักทรัพย์ของไทยในขณะนั้น เนื่องจากสูญเสียโอกาสในการมี IPO ที่จะเป็นรายการใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
ทั้งนี้ ฝ่ายที่คัดค้านการนำไทยเบฟเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย ให้เหตุผลว่า จะเป็นการละเมิดต่อหลักคำสอนของศาสนาพุทธ และศาสนาอื่นๆ ในประเทศ ที่มีประชากรกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาพุทธ
อย่างไรก็ตาม นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า สภาพแวดล้อมทางสังคมน่าจะเปลี่ยนไปแล้ว พร้อมปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงของการกลับมาประท้วงอีกครั้ง
โดยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางการไทยได้เริ่มอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 ภายใต้โครงการนำร่อง ที่อาจจะขยายระยะเวลาออกไปเกินกลางปี 2569 ซึ่งเป็นการยกเลิกกฎที่มีมาตั้งแต่ปี 2515
บลูมเบิร์ก รายงานด้วยว่า ตลาดหลักทรัพย์ของไทยกำลังเผชิญกับปัญหาบริษัทในประเทศจำนวนมาก เลือกที่จะไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นภูมิภาคอื่น เพื่อแสวงหามูลค่าประเมินที่สูงกว่า และความต้องการลงทุนที่แข็งแกร่งกว่า ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี บิทคับ ที่กำลังพิจารณานำหุ้นเข้าจดทะเบียนที่ฮ่องกง แทนแผนเดิมที่จะจดในประเทศไทย ขณะที่ IFBH Ltd. ผู้ผลิตน้ำมะพร้าวของไทย ก็เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
โดยสถานะของดัชนีหุ้นไทย ซึ่งเป็นตลาดที่ทำผลงานแย่ที่สุดในเอเชีย ในปี 2025 ประกอบกับความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้งที่วางแผนไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ ยิ่งบั่นทอนความสนใจของนักลงทุน โดยคาดว่า ตลาด IPO ที่ซบเซาจะยังไม่ฟื้นตัวในปี 2026 หลังจากปิดฉากปีที่เลวร้ายที่สุดด้านการระดมทุนจากหุ้นใหม่ นับตั้งแต่ปี 2553
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติแสดงความไม่พอใจต่อการขาดแคลนบริษัทที่ดี และน่าสนใจของตลาดหุ้นของไทย
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ของไทย อาจจะอนุญาตให้มีการจดทะเบียนหุ้นแบบโครงสร้างหุ้น 2 ระดับ ( Dual-class share structures ) เพื่อดึงดูดบริษัทครอบครัวให้เข้าตลาด โดยโครงสร้างดังกล่าวจะเปิดทางให้ผู้ก่อตั้งมีอำนาจลงคะแนนเสียงมากกว่า ลดความกังวลเรื่องการสูญเสียอำนาจควบคุมหลังเข้าจดทะเบียน
很赞哦!(55281)
热门文章
站长推荐
友情链接
- 梅雨季到来,身心都要防“霉变”
- 中华人民共和国国史学会会长朱佳木来调研
- 受强降雨影响,铁路上海站部分旅客列车停运(附停运车次)
- 在职研究生都有哪些报考方式?
- 《碧蓝航线》2025冬日快闪点燃玩家热情 三城线下嘉年华圆满落幕
- 黄山市:文明祭扫树新风
- 出林龙邹渊:梁山好汉中的草莽豪杰
- 中央农村工作会议释放“三农”发展新信号
- 特朗普:何时将委内瑞拉交还给委内瑞拉人将由美国决定
- 《怪物猎人4:至上版》试玩教授教养视频放出
- 卡塔尔世界杯抽签:“西德”造死亡之组,亚洲突围恐寄望东道主
- 《TheGodfeatherAMafiaPigeonSaga》PC版下载 Steam正版分流下载
- 元梦之星兑换码10月领取皮肤2024 元梦之星兑换码免费皮肤口令码一览
- 封神幻想世界兑换码大全最新 封神幻想世界公测兑换码一览
- 新华丝路:中国白酒企业召开会议,把握市场变化中的机遇
- 阿含·桐山杯中日冠军对抗赛 王星昊胜一力辽获优胜 对抗赛
- 生活是一碗夹生米饭
- “与冠军同行”走进肇庆广宁,全运女篮成员深入校园传播拼搏精神
- 三年级想象作文:大树和小鸟
- 冬至快到了,你是吃汤圆还是吃饺子?广州市场监管发布温馨提示







